null

0

เครื่องวัดแสง-R01

เครื่องวัดแสง-R01


2020-03-13 23:12:15

"เครื่องวัดแสง" ( Camera light meter)

ตากล้องมือใหม่ หลายท่านมักจะไม่ค่อยรู้จักหรือเรียนรู้เรื่องราวของการวัดแสง ก่อนการถ่ายภาพ โดยการใช้เจ้าเครื่องวัดแสง ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ ราคามันค่อนข้างแพงไงครับ เอาเงินที่จะมาซื้อเจ้าเครื่องวัดแสงใช้ สู้เอาเงินไปซื้อ Lens เพิ่มดีกว่า จากที่ลุงอู๊ดกล่าวมา ท่านว่าจริงไหมละครับ? แต่หากจะเอาเข้าจริง ๆ แล้ว หากเราต้องการเรียนรู้กระบวนการ "วัดแสง" ของการถ่ายภาพ จำเป็นอย่างยิ่งนะครับที่ จะต้องเรียนรู้และศึกษา กระบวนการวัดแสงด้วยเจ้า "เครื่องวัดแสง" อย่างน้อย ๆ ให้เข้าใจมันสะก่อนครับ เรามาอ่านกันสักหน่อยนะครับว่า เจ้าเครื่องวัดแสงนี้มันกระบวนการหรือการใช้งานมันอย่างไร และ อะไรคือข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องควรเรียนรู้จนเข้าใจ ก็จะทำให้เราได้จุดเริ่มต้น ของการทำความเข้าใจในการวัดแสงการถ่ายภาพ ได้อย่างชัดเจนเข้าใจได้เป็นอย่างดี เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการวัดแสง โดยที่ไม่มีเจ้าเครื่องวัดแสง นั่นเองครับ เรามาเริ่มทำความเข้าใจกันครับ


เมื่อเปิดเครื่องแล้วเราต้องทำอย่างไรบ้าง?

ก่อนอื่นเลยครับ เครื่องวัดแสง มันต้องบอกก่อนว่า เราจะเลือก Mode อะไรในการวัดแสงครับ เรามาดูกันว่า มี Mode อะไรให้เราเลือกบ้าง

1. Mode การวัดแสงธรรมชาติครับ หรือ การวัดแสงต่อเนื่อง (ไม่ใช่แสงธรรมชาติ เช่นไฟสปอร์ตไลท์สว่าง ๆ มาก ๆ ครับ)

เราก็เลือกตรงที่ ลุงอู๊ด วงสีแดงเอาไว้ตามรูปภาพเลยครับ ส่วน Mode อื่น ๆ คือ การวัดแสง Flash และ Flash c กับ Flash t ลุงอู๊ด ขออนุญาตไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะเหลือเรื่องราวให้ลุงอู๊ดเอาไว้เพื่อเป็น สายอาชีพบ้างนะครับ อย่าลืมนะครับว่า ลุงอู๊ด อาชีพรับจ้างสอนถ่ายภาพแบบส่วนบุคคล หรือ องค์กร เท่าที่กำลังจะเล่าให้ท่านอ่าน ก็เท่ากับท่านแทบจะถ่ายภาพได้แบบมืออาชีพอยู่แล้ว หากท่านสามารถพัฒนาต่อยอดได้เอง นะครับ เหลือไว้ให้ลุงอู๊ด ทำมาหากินบ้างนะครับ พอเราเลือก ระบบการวัดแสงเป็นการวัดแสงแบบธรรมชาติ เราก็มาดูกันต่อนะครับ ว่าเจ้าเครื่องวัดแสง มันบอกอะไรอย่างไงกับ ช่างภาพ แล้วอะไรอย่างไง ที่ช่างภาพต้องทำตามเจ้าเครื่องวัดแสงครับ


หลังจากที่เราเลือกระบบในการวัดแสง เป็นแบบการวัดแสงธรรมชาติแล้ว
เรามาดูกันว่า...ไอ้ตัวเลขต่าง ๆ ในจอ LCD มันคืออะไรอย่างไง จากรูปจอ LCD ข้างบน รูปเล็ก ๆ ที่วงแดงไว้แหละครับ เราจะเห็นว่า เจ้าเครื่องวัดแสง มันต้องมีเรื่อง ISO แน่ ๆ เลย เพราะเราเห็นตัวอักษร ISO เด่นชัดขนาดนั้น และ ก็ต้องมีเรื่อง F-Stop อีกแน่ ๆ เพราะเราเห็นตัวอักษร เป็นตัว F ในกรอบสี่เหลี่ยม และ อีกตัวอักษรที่เราเห็นก็คือตัว T ที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม อันนี้ก็หมายถึง Speed Shutter นั่นเองครับ เอาแหละมาถึงขนาดนี้แล้ว เราก็น่าจะรู้ได้แหละครับว่า "เจ้าเครื่องวัดแสง" มันบอกค่า 3 ค่าสำคัญให้กับ ช่างภาพนั่นเอง นั่นก้คือ
1. ISO
2. Speed Shutter
3. F-Stop (Aperture)
แต่ที่นี้ ท่านสมาชิกอย่าเข้าใจผิดนะครับ ว่า...เจ้าเครื่องวัดแสง...มันจะเป้นเทพจัด ๆ ชนิดที่เรียกว่า เปิดเครื่อง แล้วเลือก Mode เป็นการวัดแสงแบบธรรมชาติแล้วกดปุ่ม มันจะตอบค่า 3 ค่าที่กล่าวมาทันที ( ISO,S/S,F) มันไม่เก่งกาจขนาดนั้นหรอกครับ เจ้าเครื่องวัดแสง...มันต้องการให้เราบอกก่อนว่า เราจะถ่ายด้วย ISO =? ต้องบอกเครื่องก่อนครับ หลังจากนั้น ต้องบอกมันอีกว่า ภาพที่เรากำลังจะถ่ายหรือกำลังจะวัดแสง เราอยากจะถ่ายด้วย Speed Shutter ที่เท่าไหร่...เราต้องเป็นผู้บอกครับว่า...จะถ่ายภาพด้วย ISO เท่านี้ และ Speed Shutter เท่านี้ ระบุเลยครับ แล้วจึงกดปุ่ม เพื่อให้เครื่องมันทำการวัดแสง และมอบคำตอบค่าสุดท้ายออกมา นั่นคือ F-STOP นั่นเองครับ ซึ่ง หากจะกล่าวง่าย ๆ ว่า ISO และ Speedshutter สองตัวนี้คือค่า INPUT ให้กับเครื่องวัดแสง แล้วค่า F-Stop ก็คือค่าที่เครื่องวัดแสงคำนวณออกมา ภายใต้เงื่อนไขที่ ISO และ Speed ที่เราต้องการนั่นเองแหละครับ หรือจะเขียนในรูป INPUT OUPUT ให้อ่านง่าย ๆ ได้ดังนี้ครับ


INPUT      = ISO, Speed Shutter
OUTPUT  = F-Stop



พอจะนึกภาพตามออกไหมครับ


***หมายเหตุ : ยังเขียนไม่จบนะครับ เริ่มลงมือเขียนวันที่ 14 มีนาคม 2020 แต่ก็ปล่อยให้ท่านอ่านกันเล่น ๆ ไว้เสร็จแล้วจะบอกให้ครับว่า "จบแล้ว"